1. คุณเป็นใคร และกลายมาเป็นทีมพังเรนเจอร์ได้ยังไง?

ผมชื่อมาร์คครับ อายุ17 (ตอนเขียน 16 แต่เขียนเรื่องตอน 13) มาเป็นทีมนี้ได้ก็เพราะพี่มี่ที่เป็น บก. ชวนมาครับ… สั้นไปมั้ยหว่า 5555

(บก. : ที่จริงมาร์คเป็นเด็กที่พี่เจม recommend กับทีมด้วยตัวเอง ว่าอยากให้ชวนมาเขียนครับ)

2. ในฐานะที่เป็นแฟนคลับหรือนักอ่านมาก่อน พอต้องมาเป็นคนเขียนหนังสือ
ด้วยตัวเองจริง ๆ รู้สึกยังไงบ้าง? แล้วหลังเขียนมองหนังสือหรือการเล่าเรื่อง
ของชี้ดาบเหมือนหรือต่างจากเดิมมั้ย?

โห ผมไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าจะได้เขียนหนังสือ ชีวิตผมวัน ๆ นอนอย่างเดียว ไม่เคยสนการเรียนและเรื่อง “หนังสือ” เลยแม้แต่วิเดียว

แต่ผมโดนพี่ปูน (นักขายของชี้ดาบ และอีกคนที่เขียนในเล่มนี้ด้วย) ชวนเข้าด้อมจากงานหนังสือที่หาดใหญ่ แล้วก็ติดตามชี้ดาบมาเรื่อย ๆ ครับ

3. ตอนที่รู้ว่าเคาะโจทย์ “การลื่นล้มทางความเชื่อ” เป็นธีมหนังสือเล่มนี้ รู้สึกยังไงบ้าง? และทำไมถึงเลือกเรื่องนี้ของตัวเองมาเล่า?

ผมว่าผมเป็นคนล้มค่อนข้างบ่อยเลยนะ ทั้งเรื่องเรียน เรื่องรัก 555+

ผมเลือกมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับการฝึกภาษาอังกฤษ ไม่ได้อยากจะอวดว่าผมเก่งอะไรหรอก

แต่ผมต้องการจะสื่อว่า แม้คุณไม่เก่ง แม้คุณกลัว ถ้าคุณมีความกล้าและพยายาม ผมเชื่อว่าคุณทำได้ทุกอย่าง

ซึ่งตอนนี้ผมก็ยังพยายามอยู่เหมือนกันครับ แหะๆ

4. หลังจากได้เขียนออกมาแล้ว ได้ตกตะกอนเพิ่มขึ้น หรือพบเจออะไรใหม่ ๆ ในเรื่องนั้นรึเปล่า ที่เราอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อน?

ผมพึ่งรู้ว่าตัวเองชอบการเขียนหนังสือ

มาลองคิดดูอีกทีก็นึกได้ว่าผมชอบเล่าเรื่องให้เพื่อน ๆ ฟัง แล้วการที่เห็นพวกเขา หัวเราะ ขำ ยิ้ม หรือแม้แต่พูคำสั้น ๆ ว่า “ขอบใจนะ กูมีไฟเลยวะ”

แค่นี้ผมก็มีความสุขกับชีวิตแล้วครับ หวังว่าวันนึง จะมีคนมาพูดกับผมแบบนั้นเหมือนกัน หลังอ่านเรื่องราวที่ผมเขียนลงไป

5. สิ่งที่ยากหรือท้าทายที่สุดในการสร้างหนังสือเล่มนี้คืออะไร?

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผมคือ วินัยและความทรงจำของผมครับ

พูดตรง ๆ ผมเป็นเด็กที่ไม่ค่อยตรงเวลาเท่าไหร่ (หนักเลยแหละ) แต่พอมาทำเรื่องจริงจัง ผมก็ต้องจริงจังตามด้วย

และที่หนักสุดก็คือความทรงจำครับ ผมจำมันได้ แต่ไม่หมด ต้องมานั่งนึกถึงชาติปางก่อนว่าไปไหน ทำอะไร เกิดอะไรขึ้นบ้าง

6. สิ่งที่มีค่าที่สุดที่ได้จากงานชิ้นนี้คืออะไร?

สิ่งที่ผมคิดว่ามันมีค่าทางใจผมมากที่สุด คงเป็นการได้เล่าเรื่องและการแชร์ประสบการณ์ของผมให้คนแปลกหน้าครับ

ผมอยากให้ทุกคนได้อ่านมันจริง ๆ นะ ผมทุ่มเทกับมันมาก ๆ แล้วก็อยากให้ผู้อ่านได้อะไรไป ไม่มากก็น้อย

7. คาดหวังว่าคนอ่านจะได้อะไรจากหนังสือเล่มนี้?

ผมแค่อยากให้ตัวหนังสือที่ผมพิมพ์ เหมือนกับเสียงที่เพื่อนเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง

มันอาจจะตลกบ้าง ไม่ตลกบ้าง ชิบหายจนปวดหัวบ้าง แต่ก็นะ เพื่อนกันยังไงก็ต้องยิ้มด้วยกันสิ

ผมไม่รู้หรอกว่าตัวหนังสือที่ผมพิมพ์มันทำให้คนอ่านได้อะไรจากมันบ้าง แต่สำหรับผม การที่คุณอ่านเรื่องเล่าจากเด็ก 16 คนนี้ มันก็ดีใจไม่ไหวแล้วครับ

ถ้ามีใครชอบพาร์ตของผมที่สุดในเล่มผมจะวิ่งไปกอดเลย 55555 หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะมีความสุขกับการอ่านหนังสือต่อไปนะครับ