ผมขายหนังสือเล่มนี้ให้ลูกค้าที่บูธในงานหนังสือฟังไปไม่ต่ำกว่า 20 คน
และเกินครึ่งจบด้วยการพาไปสแกนจ่ายที่แคชเชียร์
โดยที่ผมยังไม่ได้เปิดอ่านมันสักหน้า
ก็เลยต้องเริ่มต้นจากงัดเอาวิชาการเก็บข้อมูลจากคนรอบตัวออกมาใช้ก่อน
ผมฟังรีวิวจากคนที่อ่านแล้ว ฟังนักขายคนอื่นเล่า
ฟังเจ้าของสำนักพิมพ์อย่างพี่เจมเล่าเบื้องหลังการทำงานของหนังสือเล่มนี้
พยายามหาประเด็นว่า หนังสือมันเกี่ยวกับอะไร (ไปจีน) มีเหตุมีผลอะไร (จับไม่ค่อยได้) และคนอ่านจะได้อะไร (มีแต่คนบอกว่า อ่านจอย ๆ light ๆ)
แต่การคาดเดาทิศทางของหนังสือเล่มนี้ ก็เด่นชัดขึ้นที่สุด
จากการได้เจอ "พี่ดีส" นักเขียน
วันแรกที่เจอกัน นอกจากช่วงที่ได้พูดคุยกันอยู่บ้างแล้ว
ก็เห็นพี่ดีสยืนยิ้มให้ทุกคน แบบที่ดูไม่ออกว่ากำลังเกร็ง
เขิน ตื่นเต้น วิเคราะห์ตัวละครใหม่รอบตัว
ซึมซับบรรยากาศการมาแจกลายเซ็นครั้งแรกของตัวเอง
หรือกำลังยิ้มอดทนกับความวุ่นวายของทุกคนที่เข้ามาคุยด้วย
แต่ในความนิ่ง ๆ เงียบ ๆ นั้น พี่ดีสก็ดูเป็นที่รักของเหล่าเพื่อนสนิทมิตรสหาย
ที่แวะมาเยี่ยมเยียนอย่างอบอุ่นคึกครื้นตลอดทั้งสองวันที่ประจำการแจกลายเซ็น
ซึ่งจากสัญชาตญาณ ประสบการณ์ หรืออะไรก็ไม่รู้
บอกผมว่าหนังสือที่เล่าผ่านมุมมองจากคนแบบนี้
แม่งตลกแน่นอน 5555+
แล้วก็เป็นจริงดังนั้น
พอได้อ่านเองจริง ๆ หนังสือเล่มนี้สนุกชนิดที่อ่านจบภายในไม่ถึงครึ่งวัน
และหัวเราะออกเสียงไปหลายครั้ง
แม้ว่าจะคาดเดาทักษะการเก็บข้อมูลกับสิ่งรอบตัว และการแตกยอดความคิดในการพบเจอเรื่องต่าง ๆ ของพี่ดีสเอาไว้บ้าง แต่ก็สนุกที่ได้พบว่า พี่ดีสมีวิธีการเชื่อมโยงเนื้อหาแต่ละส่วนเข้าหากัน ให้มันกลมกลืนมากกว่าจะเล่าไหลไปเรื่อย ๆ และทำให้มันกลายเป็นมุกตลกได้คมสุด ๆ หลายอันเลย
หลายคนที่รีวิวให้ผมฟัง บอกว่าหนังสือเล่มนี้ค่อนข้าง "light" (เบา)
อาจจะเพราะเปรียบเทียบการตบตี ถกเถียงกับตัวเองในเชิงปรัชญา กับหนังสือชี้ดาบหลายเล่มที่เสียงในหัวมันคุยอะไรไม่รู้นักหนา (แต่ก็อ่านทุกเล่ม)
แต่พอมาอ่านเล่มนี้ เราแทบไม่จำเป็นต้องใช้พลังขนาดนั้นในการตกตะกอน
หรือถ้าพูดให้ถูกกว่านั้น เราแทบไม่ต้องคิดว่าเราชอบหนังสือเล่มนี้มั้ย ชอบตรงไหน
เพราะรอยยิ้มบนหน้าที่ปรากฏอยู่เรื่อย ๆ ณ ขณะอ่าน เป็นคำตอบในตัวไปแล้ว
ที่จริงคำว่า "เบา" อาจจะไม่ได้เหมาะเท่าไหร่ เพราะตลอดเส้นทางการใช้ชีวิตในจีนของพี่ดีสนั้น ก็มันส์ สนุก พีค และได้พบเจอหลากอารมณ์ ไม่แพ้หนังสือเล่มอื่น ๆ ของชี้ดาบเลย
เพียงแต่มันอาจจะ "สว่าง" หรือให้มุมมองในแง่บวกต่อสถานที่ที่ไป และประสบการณ์ที่ได้รับ มากกว่า
จนทำให้มันถูกจัดประเภทมาเป็น "พังเรนเจอร์" หนังสือของคนที่ลองเอาตัวเองไปเผชิญโลกดูสักตั้ง เพื่อจะได้เติบโตขึ้น
เป็นอีกเล่มที่ชอบที่ได้อ่านของชี้ดาบ และหวังว่าจะได้อ่านเรื่องสนุก ๆ ผ่านการเล่าของพี่ดีสอีกนะครับ :)



