เชื่อว่าแฟนคลับพังเรนเจอร์น่าจะจำภาพความวุ่นวายของเหล่านักเขียนที่รวมตัวกันปล่อยของในเล่มก่อนๆ ได้นะฮะ แต่ในงานหนังสือช่วงปลายเดือนมีนาคมปี 69 นี้ เรากำลังจะได้เห็นก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นกว่าเดิมฮะ เพราะนี่ไม่ใช่การรวมเรื่องสั้นเหมือนที่ผ่านมา แต่เป็นหนังสือ 'เล่มเดี่ยว' เต็มตัวเล่มแรกในประวัติศาสตร์พังเรนเจอร์ ภายใต้สำนักพิมพ์ชี้ดาบ

วันนี้เราจะพาไปนั่งคุยกับ ‘พี่ดีส’ ผู้เขียน Made in China เพื่อนนักเรียน คนแปลกหน้า และอาอี๋ ที่จะมาพิสูจน์ให้เห็นว่า เมื่อต้องฉายเดี่ยวเล่าเรื่องที่ไปเรียนจีน พลังงานความพังและความวายป่วงมันจะไปสุดที่ตรงไหน...


Q: พี่ดีสการมาร่วมคอลแลปส์ทำโปรเจกต์ 'พังเรนเจอร์เล่มเดี่ยว' กับทางสำนักพิมพ์ชี้ดาบครั้งนี้ มีที่มาที่ไปยังไงบ้างฮะ?


A: มีที่มาจากการที่เพิ่งกลับมาจากประเทศจีน แล้วตั้งใจว่าจะเขียนหนังสือเล่มนึงเกี่ยวกับตอนที่ไปเรียน เลยลองส่งไปที่สำนักพิมพ์นึง แต่ดันโดนปฏิเสธกลับมาเพราะเขาบอกว่าเรายังไม่มีเส้นเรื่องที่ชัดเจน ซึ่งก็เป็นเรื่องจริง

แต่ตอนนั้นอยากเขียนมาก ๆ ก็เลยลองสุ่มทักไปหาพี่เจม เพราะจำได้ว่าเคยอ่าน ไปญี่ปุ่นด้วยเงิน 7000 แล้วสนุก

ซึ่งจริง ๆ ไม่ได้คาดหวังมาก เพราะคิดว่าพี่เจมอาจจะไม่ได้สนใจ แต่สุดท้ายคือพี่เจมบอกว่าให้ลองไปเริ่มต้นเขียนใหม่กับพี่เขา ซึ่งเป็นการเขียนใหม่ทั้งหมด (ตอนนั้นจำได้ว่าจะส่งเรื่องที่เคยเขียนให้พี่เจม แต่พี่เจมบอก “ยังไม่ต้องส่งมา ให้เขียนมาใหม่แล้วค่อยส่งมา” 555)


—-

Q: พอได้มาทำโปรเจกต์ที่เป็นเล่มเดี่ยวของตัวเอง แต่ยังต้องมีกลิ่นอายหรือความเชื่อมโยงกับโปรเจกต์พังเรนเจอร์ มีการปรับจูนเคมีในการทำงานหรือสไตล์การเล่าเรื่องกับทางสำนักพิมพ์ยังไงบ้าง?


A: จริง ๆ ตอนแรกที่วางไว้ คืออยากเล่าแต่เรื่องที่ประทับใจ เพราะไม่กล้าเล่าเรื่องความพังของตัวเองสักเท่าไหร่ จนถึงตอนนี้ก็ยังกลัว ๆ อยู่ ว่าพอสุดท้ายแล้วเขียนออกไปแบบนั้น ผลจะออกมาเป็นยังไงแต่สุดท้ายก็ต้องยอมรับว่าความพังมันเป็นส่วนนึงที่ทำให้หนังสือเล่มนี้สมบูรณ์แล้วก็น่าอ่านมากขึ้นส่วนการทำงานกับพี่เจม พี่เจมจะคอยให้ฟีตแบคกลับมาในแต่ละตอนที่เขียนเสร็จ ซึ่งมันทำให้เห็นภาพได้ดีขึ้นเวลาเขียนเยอะมาก


___

Q: ถ้าให้เปรียบเทียบหนังสือเล่มนี้เป็น 'รสชาติ' หรือ 'เพลย์ลิสต์เพลง' คิดว่าคนที่เปิดอ่านตั้งแต่หน้าแรกจนจบ จะได้สัมผัสกับรสชาติแบบไหนฮะ?


A: 酸甜酷 (เปรี้ยว-หวาน-ขม) คิดว่าเปรี้ยวคงเป็นรสชาติที่น่าจะสนุก ๆ สำหรับคนที่ได้เดินทางไปเรียนที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรกแบบเรา ได้เจออะไรแปลก ๆ ใหม่ ๆ น่าตื่นเต้นตลอดเวลา ส่วนหวาน คงเป็นมิตรภาพ ผู้คน และเรื่องราวดี ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างทาง และรสขมก็เป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

___

Q: สะดุดตากับพล็อต 'ลาออกไปเรียนจีน เพียงเพราะเพื่อนที่เจอในออนไลน์' มากฮะ ถ้าต้องยกตัวอย่างความพังในเรื่องมาสักฉากเพื่อเป็นการ 'เชิญชวน' ให้คนอยากหยิบเล่มนี้กลับบ้าน คิดว่าซีนไหนที่เป็นเดอะเบสต์ของพี่ดีสฮะ?


A: ถ้าพูดถึงความพังของหนังสือเล่มนี้ อาจจะยังบอกไม่ได้ เพราะเดี๋ยวเป็นการสปอยล์ 5555 แต่ถ้าถามว่าชอบฉากไหนที่สุด มันคงจะเป็นฉากที่ตัวเองคิดว่า …


“ฉันมาถึงจุดนี้ได้ยังไงว่ะ”


___

Q: การเขียนเล่มเดี่ยวที่ต้องคุมจังหวะของเรื่องด้วยตัวเองทั้งหมด มีช่วงไหนที่รู้สึกว่าท้าทาย หรือต้องตบตีกับตัวเองตอนเขียนมากที่สุดไหมฮะ?


A: ตอนแรกคิดว่าการเขียนหนังสือมันไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่พอมาเขียนเองจริง ๆ กลายเป็นว่าทั้งจังหวะของเรื่อง ความเชื่อมโยง การวางปม และการเลือกใช้คำให้อ่านลื่นไหล น่าจะเป็นสิ่งที่ท้าทายสุดแล้ว แต่ถ้ายากสุดคงเป็นการนำแต่ละบท ๆ มาร้อยเรียงให้เป็นเรื่องเดียวกัน อันนี้คือยากสุด ซึ่งก็ไม่ค่อยแน่ใจด้วย ว่าที่ทำอยู่ทำได้ดีขนาดนั้นหรือเปล่า แต่พยายามทำให้ดีที่สุดแล้วค่า

___


Q: ในเล่มนี้ มีฉากไหนหรือพาร์ทไหนที่เขียนแล้วรู้สึกว่า 'สูบพลังงาน' ไปเยอะที่สุด หรือฉากไหนที่เขียนจบแล้วรู้สึกภูมิใจอยากให้คนอ่านไปเจอเร็วๆ บ้างฮะ?

A: พาร์ทที่สูบพลังไปเยอะ ก็คงเป็นเรื่องความพังของตัวเอง ซึ่งยังคงเป็นความรู้สึกที่ยังติดค้างอยู่ส่วนฉากที่ดีที่สุดก็อยู่ในพาร์ทเดียวกัน ซึ่งอยู่ในช่วงท้าย ๆ ของเล่ม และก็อาจจะรู้สึกเสียดายนิดหน่อย ถ้าหากคนอ่านอ่านไปไม่ถึงตรงนั้น


___

Q: หลังจากจบโปรเจกต์เล่มเดี่ยวเล่มนี้ คิดว่าพี่ดีสเองได้มุมมองอะไรใหม่ๆ กลับมาบ้าง?


A: ไม่รู้ว่าเรียกเป็นมุมมองใหม่ ๆ ได้ไหม แต่ระหว่างที่เขียนหนังสือเล่มนี้ กลับพบเจอเรื่องราวระหว่างเขียน ที่เราเองก็ไม่ได้สังเกตมาก่อนเลย เหมือนกับว่า ณ ตอนนั้นเรามัวแต่โฟกัสกับปัญหาอันนั้น แต่พอได้มาเขียน มันทำให้เราสามารถมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างอื่นมากขึ้น ไมาได้โฟกัสกับแค่จุด ๆ เดียว อะไรประมาณนั้น


___

Q: สุดท้ายแล้ว อยากบอกอะไรกับคนที่กำลังลังเลว่าจะหยิบหนังสือเล่มนี้กลับบ้านดีฮะ?

A: หนังสือเล่มนี้ก็เป็นเรื่องของความลังเลเหมือนกัน … และถ้าหากกำลังลังเลที่จะทำอะไรสักอย่าง แน่นอนว่าหนังสือเล่มนี้อาจจะช่วยได้บ้าง ไม่มากก็น้อย


เพราะฉะนั้น … หยิบเลยยย!!

.

.


สมกับที่เป็นโปรเจกต์จากจักรวาลพังเรนเจอร์จริงๆ ฮะ และครั้งนี้พี่ดีสจะลงสนามฉายเดี่ยว แต่ดีกรีความพัง ความตลกร้าย และการเติบโตระหว่างทางยังคงอัดแน่น แถมยังได้พี่เจมมาช่วยตบๆ นวดๆ จนกลายเป็นเรื่องเล่าที่ทั้งเรียลและทัชใจ ใครที่ไม่อยากพลาดก้าวใหม่ที่น่าตื่นเต้นของสำนักพิมพ์ชี้ดาบ เตรียมตัวให้พร้อมฮะ งานหนังสือแห่งชาติปลายเดือนมีนาคมนี้ ลิสต์เล่มนี้ไว้ในใจ แล้วไปเจอกันที่บูธชี้ดาบได้เลย!


📍บูธ Q10 งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54

กับเล่มใหม่ พังเรนเจอร์ : Made In China เพื่อนนักเรียน คนแปลกหน้า และอาอิ๋


หรือสั่งซื้อทางออนไลน์ก็ยังได้เหมือนกันนะ

https://real.chidahp.com