“กลับบ้านแล้วค้าบบ” ประโยคที่ถึงบ้าน ทักบอกเขา แล้วขึ้นสถานะรี๊ด แต่แม่ง อ่านไม่ตอบ อ่ะ ไม่เป็นไร สงสัยขับรถ อ่ะไม่เป็นไรเดี๋ยวคงมาตอบ แต่นอยด์ไปก่อนละนะ55555555 ผ่านมาตอนเช้า เหมือนเดิม ก็นอยด์ โดน ghosted อีกรอบละเหรอวะ แม่งโดนคนหลอกบ่อยกว่าผี ก็ฉันเอง
แล้วเพื่อนพึ่งอกหักเมื่อวาน มันทะเลาะกับแฟน นึกว่าแฟนมีกิ๊ก มันก็โทรมาชวนไปกิน(เลี้ยง)ข้าว แต่เมื่อวานก็คุยกันปกติป้ะวะ แค่หนีไปดูหนังกับเพื่อน ไปเที่ยวกับเพื่อนแบบไม่อยากให้เพื่อนเศร้า แต่กูก็ไม่รู้ชะตาตัวเองเล๊ยยย ไปซ้อมคืออัดคลิปเพื่อนๆขำก๊าก หัวเราะดูหนังกลับบ้านปกติเลย
แล้วในวันนั้น เพื่อนก็คุยเรื่องลิลิธ ซึ่งตอนพระเจ้าสร้างโลกตามพระคัมภัร์ พระเจ้าสร้างอดัมกับเอวามาคู่กัน แต่ตอนพระเจ้าสร้างอดัม ก็สร้างลิลิธ แล้วลิลิธ ชีดั๊นนไม่ยอมอดัม ก็เลยโดนพระเจ้าไล่ลงจากสวรรค์ แล้วก็คุยเรื่องเทพกับเพื่อนให้ฟัง ว่า หมอดูไล่เป็นหมอดู(งง!!!!) พระแม่ลักษมีกับพระพิฆเนศเป็นเทพประจำตัว บลาๆๆๆ ละไปดูหนัง กลับมาทักแชทเขา เขา อ่าน!!!!!! เขาไม่ตอบ!!!!!!!!!!! เออ (ฆ๊วยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย)
สรุปวันนี้ นอยด์ทั้งวัน ยกเว้นตอนเงินเข้า55555 ไปซ้อมก็ไปผิดที่ แม่ง นอยด์ ไม่มีอะไรให้ทำ ตอนแรกโทรหาเพื่อน แต่เพื่อนไม่ดีขึ้นเลย กูก็เศร้า เพื่อนก็เศร้า แต่กูอ่ะดิ่งไม่ไหวแล้วไอ้เหี้ยยยยยยย กูโดนผู้ชาย 3 คนทิ้งในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน เริ่ด ก่อนงานสำคัญอีก โอ๊ยยยย มรสุมชีวิตกูก่อนไปแข่งเหรอวะ กูอยากร้องให้ กูอยากลาออก แต่พี่ดอยขู่ ไม่ไปพี่ดอยตามยันคณะ กูละอยากกรี๊ดออกมาเป็นภาษาอียิปต์ ตอนนั้นในหัวคือ แม่งไม่อยากกลับบ้าน หาที่เดินเล่นก่อน พักสมอง จะร้องให ก็ร้องไม่ออก มันเหนื่อยแม่งทุกทาง ท้อนะ แต่จังหวะนั้นมันร้องไห้ไม่ออก
แล้วด้วยความในหัวสิ้นคิด อ่างแก้วก็ไม่อยากไป น้ำเหม็นเน่า คนจีนเยอะ เลยกดเรียกรถ แล้วไปเมญ่า กะจะซื้อเบเกอรี่ร้านโปรดแล้วกลับ ไม่มีที่อยากกิน แวะอีกร้าน ไม่มีอีก เคๆๆๆๆ จบที่เดินวน 1 รอบ(ทำไม555555555) เดินผ่านคาเฟ่พี่ที่รู้จัก พี่เขาฝากมาดูร้าน เลยแบบ อะ แวะร้านหนังสือก่อนเนอะค่อยแวะมานั่งชิวๆ พอจะเข้าร้านหนังสือ เห็นหนังสือสนพ.อื่นที่รู้จัก เลยส่งไปให้อวดเขาอีกว่าเราเห็น แล้วก็ลีลาอยู่ในร้านหนังสือ ครึ่งชั่วโมง วนทั้งร้าน วนๆๆๆได้นิยายมาเล่มนึง555555555
พอเดินออกร้านหนังสือ กำลังไปร้านกาแฟ ปรากฏแว่ ร้านปิด!!!!!!! ก็เลยทักไปถามเจ้าของร้าน(งอแง)ว่าทำไมร้านปิดเร็ว สรุป เจ้าของร้านบอก สงสัยของน้อย เลยปิดไว จังหวะนั้นคืออยากกลับบ้านละ อยากรีบกลับไปอ่านนิยาย แต่พอกำลังจะเรียกรถ ไม่อยากกลับบ้านอีก สรุป ชียืนอยู่หน้าเมญ่าอีกยี่สิบนาที อะ ยังไม่อยากกลับ ก็ค้นหาที่ จะไปไหนดี ค้นๆๆๆๆๆ อยากไปกาดหลวง อ่ะ ไกล ค่ารถแพง พอจะไปคลองแม่ข่า ภาพจำกลับมา ตอนลอยกระทงปีที่แล้วไปเดินเล่น เจอฝูงประชาชีชาวไทยแลชาวจีน เดินเบียดเกือบตกคลอง จนคิดอะไรไม่ถูก เดินไปนิมมานแม่ง จบๆ
จบที่นิมมานแล้วคือ ดั๊นนนนข้ามถนนไม่ถนัด รับประกันประสบการณ์ รถมอไซต์ชนตอนป.5 รถกระบะชนตอนป.6 แต่ก็ข้ามไปได้แบบ งงๆ แล้วคือ เดินฉ่ำ เดินชิวมาก แล้วข้ามถนนไปฝั่งวันนิมมานอีก ตอนแรกว่าจะไม่เข้าไปลึก เดินถ่ายรูปเพลินมาก จังหวะนั้นลืมไปเลยว่า เราเศร้าขนาดไหน นอยด์ขนาดไหนมาก่อน จนเดินครบ ไม่มีอะไรละ ก็ยังไม่อยากกลับอีก ก็เลยลองเดินข้ามไปอีกฝั่ง
แต่พอเดินไปอีกฝั่ง เห็นป้ายบอกชื่อคำออน แวบแรกในหัวคิดว่า เชี้ย ป้ายพิมพ์ทับศัพท์ภาษาอังกฤษแบบ คำว่า come on เหรอวะ5555555 ก็เลยลองเดินเข้าไปดูเฉยๆ พอเดินเข้าไปมีป้ายชี้ทางบอกมีองค์พระพิฆเนศอยู่ข้างใน ตอนนั้นคือตาโตมากกกกก แบบ อะไรดลใจให้ชั้นเดินมาตรงเน้!!!!!!! มาตั้งหลายรอบไม่เคยเห็นในเวิ้งนี้สักทีอะไรแบบนี้ ก็เดินไปตามป้าย
พอเดินไปตามป้าย สิ่งที่ตกใจมากกว่าเดินดุ่มๆมาเจอองค์พ่อพระพิฆเนศคือ เชี้ยยยยยยยยยยยย นี่มันที่ที่กูอยากมาตั้งแต่ปีที่แล้วนี่หว่า เชี้ยยยยยยยยยยย แล้วสวยมากกกกกกกกกกก ก็ขอพร แล้วนั่งพักกับตัวเองสักแปปนึง มันเหนื่อย มันล้า เหนื่อยกายไม่เท่าไหร่ แต่ใจกูนี่อ่ะดิ แม่งไม่เอาอะไรละ จะคุยกับคนใหม่ แม่งเทกูอีก เอาเลยยย ชีวิตชั้น
แต่ในจังหวะที่แบบ ลองนั่งทำอะไรเงียบๆ นั่งมองรูปปั้นพระพิฆเนศ กับพระแม่ลักษมี ในใจแม่งคิดขึ้นมาคำนึง คำคำว่า Manifest คือถามว่า รู้จักมั้ย ก็รู้จัก แต่ไม่เคยทำ เพราะเชื่อแค่ว่า ทุกอย่างมันคือผลการกระทำ ชีวิตไม่เคยมองภาพชัดเจน แค่รู้สึกว่า ต้องทำ ต้องจริงจังไปกับมัน ภาพฝันจะเกิดขึ้นได้ยังไง ถ้ากูไม่ทำ ไม่ลงมือ ไม่จริงจัง ก่อนจะมาที่นี่ ฝันแทบตายว่าจะเป็นนักร้องแข่งที่งาน 9 ราชมงคล ได้เป็นพิธีกร ภาพวันนั้นที่จำได้คือ พยายามประคองไม่ให้เสียงตัวเองสั่น แต่ออกมาจากห้องออดิชั่น ร้องให้หนักมาก โทรหาเพื่อน แล้วน้ำตาแตก เลยไม่เชื่อเรื่องทฤษฎีนี้555555
แต่วันนี้ ได้มานั่งนิ่งๆ เออ มันก็ manifest จริงๆนะ เคยคิดว่าก่อนไปโคราชต้องไปไหว้องค์พ่อสักรอบก่อน เอาให้มันปังๆไปเลย เอาให้เริ่ดให้สับๆๆๆๆ แล้ววันนี้แม่งเดินมาเจอ เออ กูเชื่อ เพราะตอนนั่งขอพรพระพิฆเนศ งานที่แม่งจะทำ ละมันช้ามาก มานั่งแปปเดียว งานเดิน
แล้วตอนนั้นก็สงสัยอีก เทพจะ cancel ออเดอร์กูป้ะวะ สรุป สับไพ่จ้าา ไพ่บอก หาของที่เป็น สีส้ม สีชมพู หาสัตว์เล็ก พวกหนู นก แมว อะ สีสัมก็ไฟ สีชมพูก็เก้าอี้กับกำแพง แล้วจะหาแมวนกหนูที่ไหนตรงใจกลางนิมมานวะ แต่จังหวะนั้นละ ขอนั่งอ่านนิยายเงียบๆละกัน
แล้วอ่านนิยายไปสักพัก รู้สึกเห็นอะไรแวบๆ สี่ขา ขนปุย หูตั้ง ตัวกลมๆเหมือนถังแก๊ส เห้ย แม๊ววววว น้องแมววววว ละนั่งจ้องนานมากกก ไม่ลุกไปไหนเลยย ก็เลยก้มหน้าก้มตาอ่านนิยายต่อ เงยหน้ามาอีกที เอ้า น้องหายไปละ5555
แล้วพอมานั่งเงียบๆคิดกับตัวเองอีก เออ manifest มันใกล้ตัวจริงๆนะ รู้แค่คร่าวๆว่าคืออะไร ไม่เคยคิดซักกะติ๊ดดดดด ได้แค่รับรู้ว่ามันแม่งคือไร มันเป็นยังไง แต่ไม่เคยคิดว่า ตัวเองใช้ทฤษฎีนี้นะ เพราะนี่คือคนที่วางแพลนชีวิตไว้ ใช้สมองนำทงทุกเรื่อง ใช้หัวใจกับไม่กี่เรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็เหตุผลล้วนๆ จำได้ตอนไปแข่งพิชชิ่งกับกรรมการ กังวลมากจนร้องให้ เพราะไม่เคยปล่อยวาง ใช้ชีวิตตามแพลนของตัวเอง แต่คิดอีกที เออ ที่ผ่านมาชีวิตกูก็ manifest แบบไม่รู้ตัวนี่หว่า
ทั้งที่ตอนอยากได้ตังค์ ตอนที่อยากไปไหว้พระพิฆเนศ ตอนที่อยากทำนู่นทำนี่ แล้วอยู่ดีๆวันนี้อยากโนแพลน อยากไปไหนก็ไปแบบไม่ดูเงินในกระเป๋า เออ เชื่อละ แม่งก็กูแค่ลดความกังวล ทำใจให้มันโล่งๆ ไม่ต้องกังวลแล้วใช้ชีวิตตามแพลนของตัวเองต่อไป แค่เครียดให้น้อยลง บางเรื่องแค่ใช้สมองให้น้อยใช้หัวใจให้มาก เพราะตอนที่นอยด์ทั้งเรื่องผู้ชาย ก็มานั่งถามตัวเอง กูผิดอะไร กูทำไม่ดี กูไม่ดีเหรอวะ แต่ก็ลืมถามหัวใจตัวเองเหมือนกัน ว่าที่คุยกับคนนี้ หัวใจสบายดีมั้ย เหนื่อยมั้ย จำได้ว่าตอนคุยกับคนๆนึง คุยกันอยู่ดีๆเขาคิดจะพูดอะไรก็พูด ถึงขั้นพูดว่าอยากต่อย อยากตบ ความให้เกียรติเป็น 0
สุดท้ายในวันนั้นก็ไม่ได้เรียนรู้แค่เรื่อง Manifest ที่สงสัยมาตลอด แต่ก็เรียนรู้ได้ว่า บางทีเป็นคนมีเหตุผลกับทุกเรื่อง มันก็ไม่มีประโยชน์หรอก บางเรื่องมันใช้แค่สมองอย่างเดียวก็ไม่ได้ มันต้องใช้หัวใจ บางทีก็ใช้หัวใจสัมผัสอย่างเดียวไม่ต้องใช้สมอง ย้อนกลับมาก็ยังชอบที่วันนั้นเลือกไปนิมมาน ไปลองทำอะไรเงียบๆชิวๆ ในหัวไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เดินไปเรื่อยๆ(ให้รถไม่ชน) ก็พอ เพราะบางเรื่อง แค่คิดให้น้อยลง ให้สมองได้พักให้หัวใจได้ทำงานบ้าง ก็แค่นั้นเอง