ผมมาจากหาดใหญ่ครับ ใช่ครับ มันไกลมาก แต่ผมมาเพื่อเจอพี่เจมส์โดยเฉพาะเลย

ขอแนะนำตัวก่อนนะครับ ผมชื่อ มาร์ค อายุ 16 ปี


ผมเคยเป็นเด็กก้มหน้า ติดเกม ไม่ออกจากบ้านตั้งแต่ม.2 จนกระทั่งมาเจอบูธชี้ดาบที่หาดใหญ่ ผมโดน “ชายใส่แว่น” ลากเข้าไปเล่นการ์ด และได้เล่นจนได้หนังสือ Route 13 แต่ทันใดนั้น พี่เจมส์ก็เดินเข้ามา พร้อมกับหนังสือ 1 ปีกับชีวิตผมที่อเมริกา


ผมไม่รู้ว่านั่นเป็นเพราะโชคช่วย หรือโชคชะตาพามาเจอ เพราะเดือนหน้าต่อจากนั้น ผมต้องไปอเมริกาเป็นเวลา 1 เดือนพอดี ผมได้ “ความกล้า” กล้าที่จะมองหน้าคน กล้าที่จะพูด และกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง

“กล้าที่จะเปลี่ยน”


ผมเลยคิดไว้ว่า ถ้าปีหน้ามีงานหนังสืออีก ผมจะไปหาพี่เจมส์ให้ได้

และก่อนงานจะถึง พี่เจมส์ก็ประกาศหาน้อง ๆ ที่หาดใหญ่มาช่วยขายหนังสือพอดี

ผมเลยเอาความกล้าที่มีไปสมัคร และดันได้เข้ารอบสัมภาษณ์!


ตอนนั้นผมเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในอเมริกาตลอด 1 เดือนให้พี่เจมส์ฟัง

ผมอยากขอบคุณพี่เขามาก ทั้งหนังสือ และ “กอด” ในวันนั้น


หลังจากได้หนังสือ ผมเงินไม่พอ

พี่เจมส์เลยบอกว่า “พี่ลดให้แล้วกัน... แล้วมาเล่าให้พี่ฟังด้วยนะ”


ความรู้สึกตอนนั้นมันเปี่ยมล้นทั้งสุขและเศร้า

สุขที่ได้เจอ... แต่ทุกข์ที่ต้องจาก เพราะอีกสองวันต่อมา ผมกลับไปที่บูธอีกที แต่พี่เจมส์กลับกรุงเทพแล้ว


พอผมได้เป็นพนักงานขาย ผมดีใจมาก ทำงานอย่างเต็มที่และมีความสุขสุด ๆ


จนเวลาผ่านไปประมาณ 5 เดือน

งานหนังสือที่กรุงเทพฯ ก็จัดขึ้นอีกครั้ง

ผมได้ไปเพียงแค่ 1 วัน ใช่ครับ แค่วันเดียว วันที่ 12 ตุลาคม 2568


ผมไปถึงตอนบ่ายสาม และได้เจอพี่เจมส์อีกครั้ง

เห็นพี่เขายิ้ม พร้อมกับพี่ ๆ นักขายและชาวชูโล่อีกมากมาย


ผมไม่รู้จะขอบคุณยังไงดี กับประสบการณ์ในวันนั้น

ผมทำได้แค่ยิ้มให้กับรูปภาพที่ถ่ายกับทุกคน

ยิ้มให้กับความทรงจำ

ใช่ครับ... ปาร์ตี้ก็ต้องมีวันเลิกลา


ผมต้องกลับตอนหนึ่งทุ่ม

4–5 ชั่วโมงที่อยู่ตรงนั้น เป็นช่วงเวลาที่ผมมีความสุขและเต็มไปด้วยสีสัน


ผมได้เจอพี่ที่ “ลากผมเข้าด้อมชูโล่” พี่ปูน

ได้เจอพี่ ๆ ที่น่ารักและอบอุ่นทุกคนเลย


ตอนกลับ ผมซื้อโปสการ์ด “ชี้ดาบ 10 ปี”

เป็นภาพรวมของทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชี้ดาบ

แล้วผมก็ขอให้พี่ ๆ ทุกคนเซ็นการ์ดใบนั้นให้


ตอนทุกคนเซ็นเสร็จ ผมกำลังเก็บของ

มีเสียงที่คุ้นเคยและอบอุ่นตะโกนขึ้นมาว่า

“เฮ้ย! ทุกคนมาถ่ายรูปรวมลามาร์คหน่อยเว้ยย!”


ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากชูสองนิ้วแล้วยิ้ม

แม้ในใจจะน้ำตาคลอเบ้า


ระหว่างเก็บของ มีคนซื้อพิซซ่าและน้ำมาให้พี่ ๆ กิน

พี่เขาถามว่า “มาร์คเอามั้ย ไม่หิวเหรอ?”

ผมตอบว่า “ได้แร็ปไก่มาแล้วพี่ ไม่เป็นไรครับ”

พี่แชมป์ถาม “แน่ใจนะ?”

ผมก็บอก “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้ก็อิ่ม (ใจมากพอแล้ว)” ผมพูดในใจ


ตอนจะกลับ ผมได้กอด


พี่เจมส์ ที่ให้ความกล้า


พี่ปูน ที่ชวนเข้าด้อม


พี่แชมป์ ที่เจอแป๊บเดียวแต่โคตรเท่


พี่เอิร์ธ รุ่นพี่คนใต้ใจดี


พี่เบนซ์ ที่เลี้ยงการ์ดและลดราคาให้


พี่ต็อป นักอวดแฟนสุดอบอุ่น 5555


พี่จีน พี่เลี้ยงที่คอยให้กำลังใจ


ขอบคุณและรักพี่ ๆ Book Seller ทุกคนเลยครับ

ขอบคุณจากใจจริง

และขอบคุณพี่ ๆ ชาว ชี้ดาบ และ ชูโล่ ทุกคนที่ทำให้ผม

กล้าที่จะเปลี่ยน


ขอบคุณครับ ❤️

รักและคิดถึงทุกคนเลยน้า

อาจจะเล่าไม่หมด แต่ทั้งหมดมันอยู่ในใจ เป็นล้านคำเลยครับ

อยากขอบคุณมากจริง ๆ 🙏